head-bannonggo-min
วันที่ 28 กันยายน 2021 1:58 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหนองโก
โรงเรียนบ้านหนองโก
หน้าหลัก » นานาสาระ » ความรักไม่มีจำกัดเพศ กับความรักที่สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย

ความรักไม่มีจำกัดเพศ กับความรักที่สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย

อัพเดทวันที่ 4 พฤศจิกายน 2020

ความรักไม่มีจำกัดเพศ เพราะความรักนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเลือกเวลาเกิดได้

ความรักไม่มีจำกัดเพศ เรื่องความรัก เรื่องหัวใจ คงเป็นอีกหนึ่งเรื่องมนุษย์อย่างเรา ๆ กล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่ห้ามและกำหนดให้มันเป็นไปอย่างที่เราต้องการไม่ได้ บางทีเราก็อยากจะรู้สึกรักคนที่เขามาทำดีกับเราคนที่คอยช่วยเหลือเราทุกอย่าง คนที่พร้อมทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ แต่ทำยังไงเราก็ไม่อาจจะรักเขาได้อยู่ดี

กลับกันกับคนที่เราไม่ควรจะรักไม่ว่าจะเป็นเพราะผิดธรรมเนียม ผิดจรรยาบรรณ หรือแม้กระทั่งผิดผี! แต่ไม่รู้หัวใจเจ้ากรรมก็ดันไปหวั่นไหวกับเขาเสียได้นี่สิ จึงเป็นที่มาของความวายป่วงในครั้งนี้ของชีวิตปี 1 ของนักศึกษาสาวสุดเนิร์ดอย่าง “ก้านหลิว” ที่เรียนคณะครุศาสตร์ที่ขึ้นชื่อว่าระเบียบต้องเป๊ะ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักศึกษา

หลายคนหวาดหวั่นตัวสั่นกันระริกเวลามีตรวจเครื่องแต่งการเว้นแต่นางนี่แหละที่เป๊ะเวอร์จนรู้สึกว่านี่ก็แต่งมาเรียนเฉย ๆ ไม่ได้ตั้งใจโดนตรวจอยู่แล้ว เอาเป็นว่าเป๊ะขนาดที่ว่าได้ว่านักศึกษาต้นแบบเรื่องการกฎระเบีบยต่าง ๆ ในคณะไปครอง ด้วยความที่เป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่มีน้ำใจชอบติวและสอนการบ้านเพื่อน

ในคณะและนอกคณะเป็นประจำทำให้มีเพื่อนเยอะแต่ดันเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดอะไรกับเพื่อนได้แต่นั่งฟังคนเขาเมาท์กันซะอย่างงั้น จนคนภายนอกมองเข้ามาก็รู้สึกว่าเธอนี่ช่างแปลกแยกเสียจริง จนกระทั่งวันที่ชีวิตของก้านหลิวต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่ออาจารย์ประจำเสคขอให้เธอช่วยเป็นบัดดี้คู่กับนักศึกษาชายคนหนึ่ง

เพราะจากที่อาจารย์พูดมาคือเขาคนนี้เนี่ยเป็นเด็กที่ทุ่มเวลาและกายใจให้กับกิจกรรมทุกอย่าง เรียกได้ว่าเป็นตัวแม่แห่งกิจกรรมทั้งหลาย ไม่ใช่แค่กิจกรรมใหญ่อย่างกีฬาสี หรือประกวดกองเชียร์ แต่ลามไปถึงกิจกรรมร้องเพลงประสานเสียง ตอบคำถามความรู้รอบตัว กิจกรรมประกวดวาดภาพชายคนนี้ก็ไปร่วมกับเขาทุกงานจนแทบไม่ได้เข้าเรียนเลย

จนถูกรีไทร์มาหลายครั้งจนจะกลายเปาลุงของจริงของเก่าของแก่ของคณะครุศาสตร์ไปแล้ว ทำให้อาจารย์หลายท่านรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจและเสียดายเวลาแทน แม้ว่าจะทำอย่างไรเขาก็เรียนมาจบสักที เมื่อเห็นว่าก้านหลิวนั้นมีทักษะการเป็นครูที่เก่งและโดดเด่น และด้วยบุคลิกของเธอก็อาจจะช่วยปรามพฤติกรรมสุดเหวี่ยงของเขาได้

ยังไม่ทันจะพูดจบ นักศึกษาชายร่างสูงหน้าเรียบเฉยก็คว้าประตูผลักเข้ามาโดยไม่ได้เคาะก่อน เขาเดินมาหยุดตรงหน้าของเขาทั้งคู่ “นี่น่ะหรอบัดดี้ใหม่ที่อาจารย์หามาให้หนูน่ะค่ะ” ทันทีที่สิ้นเสียงของชายตรงหน้าก็ทำให้ก้านหลิวเสียอาการเล็กน้อยเพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะเป็นสาวขนาดนี้น่ะสิ อีกทั้งรูปร่างและใบหน้าอันคมเข้มดูหล่อเหลา

ก็ทำให้เธออดเสียดายไม่ได้ แต่ก็สามารถดึงสติของตัวเองกลับมาได้ทัน

“สวัสดีค่ะหนูชื่อก้านหลิวนะคะ…พี่ชื่ออะไรคะ”

“สวัสดีจ้ะ เจ๊ชื่อทิววี่จ้า แต่พ่อแม่เรียกทิวไผ่นะ”

ดูเหมือนว่าความสดใสและเป็นกันเองของทิวไผ่จะทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันได้อย่างไม่ยาก ความเป็นคนอัธยาศัยดีของเขาทำให้ก้านหลิวรู้สึกสบายทุกครั้งที่คุยด้วยกัน

ในใจของก้านหลิวนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยว่าทำไมพี่ทิวถึงไม่ตั้งใจเรียนให้จบไปเพื่อจะได้หางานทำเหมือนเพื่อนคนอื่น และก็สงสัยอีกว่าการทำกิจกรรมซ้ำ ๆ ไปมาแบบเขามันมีความสุขเท่าการสอบได้เกรดดี ๆ จริงหรือ แต่ก็ได้เก็บเอาไว้ไม่ได้ตัดสินใจถามออกไปเพราะไม่อยากเสียมารยาท ตลอดทุกวันก้านหลิวจะไปดูทิวไผ่ซ้อมหลีดพร้อม

กับช่วยติวให้เขาเกี่ยวกับเรื่องที่เขาไม่ได้เข้าเรียนเป็นประจำทุกวัน ก้านหลิวเองก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เธอลำบากมากนักเพราะด้วยนิสัยที่ชอบสั่งชอบสอนนักเรียนและดีใจทุกครั้งที่สอนแล้วเข้าใจมันทำให้เธอมีแรงผลักดันตัวเองมากกว่านึกเสียดายเวลาที่เสียไปนั่นเอง การได้สอนให้พี่ทิวเข้าใจมากขึ้นทำให้เธอมีความสุขในทุกวัน

ความรักไม่มีจำกัดเพศ

การที่ได้อยู่กับคนอารมณ์ดีขี้เล่นและตลกโปกฮาอย่างทิวไผ่ก็เหมือนการเติมเต็มรสชาติที่ขาดหายไปจากชีวิตแสนราบเรียบของเธอเหมือนกัน ตอนนี้ในหัวใจของหญิงสาวเริ่มอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กับชายใจหญิงอย่างเขาไปเสียแล้ว โดยเธอเองถึงแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นคนที่ชอบผู้ชายแต่ก็ไม่รู้ทำไมเธอถึงไม่สามารถหักห้ามใจ

ม่ให้คิดชอบเขาได้เลย เมื่อมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันมันก็ยิ่งทำให้หญิงสาวนั้นคิดไปไกล ทุกคำพูด ทุกการกระทำของทิวไผ่ที่แสดงถึงความเป็นห่วงเธอมันทำให้เออดคิดเป็นอื่นไม่ได้ จนเมื่อทางคณะได้จัดค่ายครูอาสาบนดอยสูง ที่ทำให้พวกเขามีโอกาสได้เป็นครูอาสาไปสอนพวกเด็ก ๆ ด้วยกัน ทำให้ความใกล้ชิดของทั้งคู่เพิ่มขึ้น บรรยากาศต่าง ๆ

ก็พาไป จนทำให้ก้านหลิวตัดสินใจที่จะบอกความรู้สึกทั้งหมดที่เก็บเอาไว้แก่คนตรงหน้าโดยเธอเองก็ยอมรับได้หากเขาจะปฏิเสธเธอ เธอคิดเอาไว้แบบนั้น…

“พี่ทิวคะ หนูมีอะไรจะบอกพี่ ซึ่งจริง ๆ หนูน่าจะบอกพี่ไปนานแล้วด้วย”

“หืม…แล้วทำไมถึงคิดจะมาบอกตอนนี้ล่ะ เรื่องอะไรหรอ”

ทิวไผ่ที่กำลังเอาเสื้อคลุมมาคลุมให้หญิงสาวถามต่อด้วยแววตาที่ดูเหมือนจะเดาคำถามเอาไว้แล้ว เพราะตัวเขาเองก็กลัวเหมือนกันว่า ความรักต่างเพศ วันนี้จะมาถึง ความจริงแล้วเขาเองก็แอบชอบก้านหลิวมานานแล้วเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ทั้งคู่ต่างตกหลุมรักกัน แต่มันเป็นเรื่องที่เขาพยายามจะปิดกั้นและฝังมันไว้ในใจลึก ๆ แทนเพราะกลัวว่าเรื่องราวของพวกเขามันจะเป็นไปไม่ได้

เนื่องจาก เขารู้ดีว่าถ้าตุ๊ดมารักกับผู้หญิงมันจะเกิดอะไรตามมา คำครหานินทาทั้งในวงเพื่อนตุ๊ดด้วยกันเอง หรือว่าเพื่อนของก้านหลิวเองก็ตาม อีกทั้งเขาก็กลัวว่ามันจะเป็นเพียงความหวั่นไหวชั่วครู่ไม่ใช่ความรัก “หนูชอบพี่นะคะ” ยังไม่ทันพูดจบเธอก็บรรจงจูบเล็ก ๆ ลงบนแก้มนุ่มของคนตรงหน้า ทิ้งไว้แต่ความตะลึงและตกใจของทิวไผ่ ความจริงแม้ว่าเขาจะผ่านอะไร ๆ มาเยอะ

แต่เขาก็ยอมรับว่าไม่เคยโดนผู้หญิงหอมแก้มมาก่อน เขาเม้มปากและเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดต่อว่า

“ฟังนะยัยเด็กน้อย ความรู้สึกที่เธอมีให้กับฉันน่ะมันแค่ความหวั่นไหวเท่านั้นแหละ เธอยังไม่เคยมีความรัก เธอยังไม่รู้จักมันดีพอ และที่แน่ ๆ คืออย่าเสียดายเวลามารักตุ๊ดที่ไม่มีวันรักผู้หญิงแบบนั้น เราคงเป็นได้แค่พี่น้องนะ”

สิ้นคำพูดที่เหมือนว่าก้านหลิวเองก็เตรียมใจมาแล้วแต่หัวใจของเธอก็แตกสลายออกมาอยู่ดี เธอทำใจไม่ได้และเสียใจมาก หยดน้ำตาของก้านหลิวพรั่งพรูออกมาเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เสียงสะอึกสะอื้นในลำคอที่เธอพยายามปิดปากไม่ให้มันดังจนคนในค่ายได้ยิน ความรู้สึกบีบหัวใจแบบนี้ช่างทรมาณเหลือเกิน นี่สินะที่เรียกว่าการอกหัก

ตอนนี้เธอได้รับรู้ความรู้สึกนั้นอย่างท่องแท้ทีเดียว จากวันนั้นเวลาหลายปีผ่านไป ทั้งคู่ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก แต่ก้านหลิวก็แอบเห็นเขามาอ่านหนังสือที่ห้องสมุดบ่อย ๆ และได้รู้มาว่าเขาก็ได้เลิกกิจกรรมทั้งหมดและทุ่มกับการเรียนจนได้เกรดที่ยอดเยี่ยมมาก นั่นทำให้เธอรู้สึกดีใจไม่น้อยที่สุดท้ายเขาก็ทำจนสำเร็จ ชีวิตการทำงานได้เริ่มต้นขึ้น

ตอนนี้ทิวไผ่ได้เป็นทิววี่อย่างเต็มตัว เขาตัดสินใจแปลงเพศอย่างสมบูรณ์ และเมื่อก้านหลิวรู้เธอก็อธิบายความรู้สึกในใจตนเองไม่ได้ เพราะเธอเองก็ยังรักเขาอยู่ และยินดีหากเขาจะเป็นคนที่เขาอยากจะเป็นมาโดยตลอด แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเขากำลังจะห่างไกลจากเธอไปเรื่อย ๆ จนเมื่อวันที่ก้านหลิวได้บรรจุเป็นข้าราชการสำเร็จแล้ว

หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินมาพร้อมช่อดอกไม้ในมือ เธอก็คือทิวไผ่นั่นเองทำให้ก้านหลิวดีใจมากที่ได้เจอกับเธออีกครั้ง

“พี่ยินดีด้วยนะคนเก่ง ก้านหลิวของพี่เก่งจริง ๆ”

“ขอบคุณนะคะพี่ทิว”

“แต่วันนี้พี่มีของขวัญมาอีกชิ้นด้วยนะ ถ้าน้องรับไว้พี่คงจะดีใจมากเลยล่ะ”

ก้านหลิวได้แต่งุนงงก่อนที่จะเห็นคนตรงหน้าทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าพร้อมกับหยิบกล่องแหวนเพชรออกมาจากกระเป๋า

“ถ้าความรู้สึกของเราในวันนั้นจนวันนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ถ้าน้องยังรู้สึกเหมือนเดิม แต่งงานกับพี่ได้ไหม เพราะตอนนี้พี่รู้แล้วว่าพี่ก็ยังรักน้องเหมือนเดิม”

พูดจบน้ำตาของก้านหลิวก็ไหลพราก แต่น้ำตาในครั้งนี้เป็นน้ำตาแห่งความดีใจเพราะคำตอบของเธอมันเป็นคำว่าใช่…มาโดยตลอดนั่นเอง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านหนองโก
โรงเรียนบ้านหนองโก
โรงเรียนบ้านหนองโก
โรงเรียนบ้านหนองโก